Dear Elders: วัยเก๋าคือตัวเราในอนาคต

เพราะวัยเก๋าคือตัวเราในอนาคต เหล่านี้คือตัวอย่างงงานวิจัยที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับทั้งผู้สูงวัยและตัวเราในวันนี้เพื่อเตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับวันข้างหน้า

สูงวัยในศตวรรษที่ 21: การเฉลิมฉลองและความท้าทาย (Ageing in the Twenty-First Century: A Celebration and A Challenge) โดย United Nations Population Fund and HelpAge International

เมื่อเรากำลังอยู่ในยุคของการพัฒนาประชากรและให้คุณค่ากับความสามารถของผู้สูงวัย พวกเขาไม่เป็นเพียงผู้รับสวัสดิการ แต่คือผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการพัฒนาและต้องได้รับการเคารพในสิทธิ แผนปฏิบัติการนานาชาติมาดริดเพื่อปฏิบัติต่อกลุ่มประชากรสูงวัย (Madrid International Plan of Action on Ageing) เสนอมุมมองข้างต้นเมื่อปี 2002 รายงานชิ้นนี้ได้ทบทวนและประเมินความก้าวหน้าของพลเมืองรุ่นใหม่และวัยสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถเห็นโอกาสในการร่วมมือและอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ผลจากรายงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันล้นเหลือของผู้สูงวัย ซึ่งเป็นข้อท้าทายคนรุ่นใหม่ในการค้นหามาตรการการดูแลสุขภาพ สร้างรายได้และเครือข่ายทางสังคม พร้อมกฎหมายคุ้มครองรองรับ นำเสนอประเด็นที่ช่วยสร้างประโยชน์ต่อการมีช่วงชีวิตที่ยืนยาว (Longevity Dividend) ซึ่งจะเป็นผลดีต่อคนทุกวัยในสังคม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.unfpa.org/sites/default/files/pub-pdf/Thai%20summary_Ageing%20in%20the%2021st%20Century_0.pdf

Aging 4.0 สตาร์ทอัพพันธุ์ใหม่ที่ไม่ได้มีแค่เจน Y กับ Z, บทความในนิตยสารคิด ฉบับเดือนมกราคม 2560

“ความคิดสร้างสรรค์คือยาอายุวัฒนะของชีวิต” ประโยคที่ บาร์บารา เบสไคนด์ (Barbara Beskind) นักออกแบบวัย 92 ปีแห่ง IDEO บริษัทด้านการออกแบบชั้นนำของโลกกล่าวไว้ เมื่อความสามารถของชาวสูงวัยเป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาว และองค์กรที่ไม่ปิดกั้นให้อายุเข้ามาเป็นอุปสรรคในการทำงาน พร้อมกับทัศนะจากผู้ก่อตั้งงานประชุม Silicon Valley Boomer Venture Summit อย่าง แมรี่ เฟอร์ลอง (Mary Furlong) ที่มองเห็นความเป็นไปได้ทางธุรกิจและการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการสำหรับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อผู้สูงอายุ รวมถึงโอกาสใหม่สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่เริ่มเปิดพื้นที่ให้กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีคนผู้สูงวัยช่วยเป็นผู้บริหารหรือที่ปรึกษา กรณีตัวอย่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจถ้าหากประเทศไทยถูกกำหนดเดินหน้าได้ด้วยนโยบาย 4.0 ได้เป็นอย่างดี

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.tcdc.or.th/creativethailand/article/CreativeEntrepreneur/26780

Creative and Aging Societies: Views from Japan and Finland โดย Report of EVA and Keizai Doyukai

เข้าใจภาพการพัฒนาสังคมสูงวัยในญี่ปุ่นและฟินแลนด์ ผ่านบทเรียนในอดีตและมาตรการแก้ไขหลากแนวทางที่น่าสนใจ จากเดิมที่ฟินแลนด์ไม่มีนโยบายต่อเนื่องเพื่อผู้สูงอายุ ทั้งการมอบเงินบำนาญ กิจกรรม Active Aging และบริการสาธารณะจึงเป็นเพียงสวัสดิการที่รัฐจัดให้ ขณะที่คนญี่ปุ่นสูงวัยจำนวนมากต้องทำงานจนเลยวัยเกษียณเพราะรู้สึกไม่มั่งคงและไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม รายงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน อย่างเช่นที่ฟินแลนด์เริ่มสร้างความร่วมมือกับเอกชน ขยายอายุเกษียณและส่งต่อทักษะและชุดความรู้ในการทำงานจากคนอายุมากให้คนรุ่นต่อไป ขณะที่ญี่ปุ่นก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไรให้มีบทบาทเป็นคนกลางเชื่อมคนสูงอายุเข้ากับองค์กรท้องถิ่นของรัฐและเอกชน ให้มีงานทำและสร้างกิจกรรมการศึกษาที่เกิดการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่น ที่ใช้ศึกษาการพัฒนาสังคมสูงวัยควบคู่การสร้างสังคมสร้างสรรค์ ที่เป็นต้นแบบให้เราต่อยอดเพื่อหาหนทางสำหรับประยุกต์ใช้กับประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.eva.fi/wp-content/uploads/files/1719_creative_and_aging_societies.pdf

สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2558 โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (เริ่มศึกษาในปี 2549)

เราต้องรับมือและเตรียมการอย่างไรในอนาคตที่เราต้องเผชิญกับสังคมสูงอายุ รายงานชิ้นนี้เล่าถึงสถานการณ์ของประเทศไทยที่จะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปีพ.ศ. 2564 และจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปีพ.ศ. 2574 อัตราของผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังและอยู่ลำพังกับคู่สมรส (ไม่มีลูกหรือหลานดูแล) มีแนวโน้มสูงขึ้น สวนทางกับอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลง คำถามสำคัญคือเรามีผู้ดูแลหรือระบบเพื่อช่วยเฝ้าระวังดูแลอย่างไรเมื่อถึงช่วงวัยที่พวกเขาช่วยตัวเองไม่ได้? รายงานฉบับนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของภาคธุรกิจบริการผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย การจัดระบบดูแลระยะยาว สวนสาธารณะที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ งานบริการในชุมชน และการก่อตั้งกรมกิจการผู้สูงอายุที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาให้ความสนใจต่อการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยอย่างจริงจัง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :http://thaitgri.org/?p=37841

Insight: Staying ahead of Thailand’s graying society โดย SCB Economic Intelligence Center, 2015

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยและโอกาสทางธุรกิจ เมื่อเทรนด์สูงวัยกำลังเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการบริโภคอย่างเช่นกระแสรักสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่นิยมรับประทานอาหารตามธรรมชาติมากกว่า วิตามินเสริม เดลิเวอรีของฟาสต์ฟู้ดไม่เป็นที่ต้องการมากเท่าอาหารเพื่อสุขภาพอีกต่อไป และที่น่าสนใจคือผู้สูงวัย 20% เป็นเจ้าของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ปรากฏการณ์เหล่านี้กำลังเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจดิจิตอลที่จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร หรือประเด็นเรื่องคือการออมเงิน สถิติที่แสดงว่ามีผู้สูงอายุเพียง 2% เท่านั้นที่จะลงทุนในสถาบันการเงิน ทั้งการซื้อกองทุน หุ้น หรือตราสารหนี้ ต่างกับคนรุ่นใหม่ที่นิยมลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยมากขึ้น ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำหรับทำความเข้าใจและเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคตที่ตอบรับกับความต้องการของผู้สูงวัยอย่างทันท่วงที
อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.scbeic.com/en/detail/file/product/1376/e4fr6fh4pb/EIC_ENG_aging_Q2_2015.pdf